ประวัติ สปช.ทบ.

   ในสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถแห่งกรุงศรีอยุธยาได้ทรงจัดระบบบริหารราชการแผ่นดิน ออกเป็น ๔ หมู่ เรียกว่า "จตุสดมถ์" คือ เวียง วัง คลัง นา ระบบนี้คงใช้มาตลอด จนมีการเปลี่ยนแปลง ครั้งใหญ่ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ พระองค์ ทรงสั่งการให้อธิบดีพระคลังมหาสมบัติจัดทำ "เอสติเมท" ขึ้น คือ บัญชีความต้องการการใช้จ่ายเงิน สำหรับปีข้างหน้าเพื่อป้องกันข้อขัดข้องในอนาคต

   ต่อมาเมื่อ ๑ ต.ค.๒๔๓๓ ทรงประกาศพระราชบัญญัติให้จัดแยกพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์และ ส่วนของแผ่นดินออกจากกัน ให้มีการทำบัญชีแสดงทรัพย์สินแต่ละประเภท แสดงการ รับ-จ่าย-สะสม ในห้วงระยะเวลาหนึ่งปี นับเป็นพัฒนาการครั้งใหญ่ของการปลัดบัญชีในประเทศไทย

ใน พ.ศ.๒๔๓๕ จัดให้มี "กรมยกบัตรทัพบก" ขึ้นตรงต่อกรมยุทธนาธิการ ดำเนินการเกี่ยวกับ การเงิน พ.ศ.๒๔๕๒ เปลี่ยนชื่อ "กรมยกบัตรทัพบก" เป็น "กรมคลังเงินทหารบก"

พ.ศ.๒๔๕๓ จัดตั้งกระทรวงกลาโหมและเปลี่ยนชื่อ "กรมคลังเงินทหารบก" เป็น "กรมปลัดบาญชี กระทรวงกลาโหม" ขึ้นตรงต่อกรมปลัดทัพ ทำหน้าที่ เบิกเงิน จ่ายเงิน บัญชีเงิน และงบประมาณของ กระทรวงกลาโหม

ในปี พ.ศ.๒๔๗๑ เปลี่ยนชื่อ "กรมปลัดบาญชีทหารบก" เป็น "กรมปลัดบัญชีทหารบก"

เมื่อวันที่ ๘ พ.ย.๒๔๗๔ ก็รวม "กรมปลัดบัญชีทหารบก " และ "กรมปลัดบัญชีทหารเรือ" เป็น "กรมปลัดบัญชีกลาโหม"

 ภายหลังเปลี่ยนแปลงการปกครองก็ได้มีการจัดตั้งปลัดบัญชีขึ้นในปี พ.ศ.๒๔๗๖ เพื่อเป็น เจ้าหน้าที่ให้ข้อมูลและเสนอแนะทางด้านการเงินและการงบประมาณแก่คณะอนุกรรมการพิจารณา จัดสรรงบประมาณของกองทัพบก

  ในปี พ.ศ.๒๕๐๐ ก็ได้มีการพิจารณาจัดตั้งหน่วยงานปลัดบัญชีเป็นทางการขึ้นโดยได้จัดตั้ง "สำนักงานปลัดบัญชีทหารบก" ขึ้นเมื่อ วันที่ ๒๘ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๐๐ เป็นส่วนราชการฝ่ายเสนาธิการ ขึ้นตรงต่อ ผบ.ทบ. เช่นเดียวกับกรมฝ่ายเสนาธิการอื่น ๆ และปัจจุบันก็เปลี่ยนชื่อเป็น "สำนักงานปลัดบัญชีกองทัพบก"